กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 6 7 [8]
71
งานพาร์ทไทม์ / Assistant Area Development Manager
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 29, 2019, 09:33:01 AM »
บริษัท คุมอง (ไทยแลนด์) จำกัด
เปิดรับสมัคร : Assistant Area Development Manager

หน้าที่และความรับผิดชอบ
รายละเอียดของงาน
•   สนับสนุนศูนย์คุมองให้เกิดการเติบโตและเป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้คนในชุมชน
•   ทำงานร่วมกับเจ้าของศูนย์คุมองในการพัฒนาการเรียนการสอนและการบริหารจัดการศูนย์
•   วิเคราะห์และพัฒนาศูนย์คุมองและพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย
•   สนับสนุนช่องทางโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมในพื้นที่
•   To support the growth and recognition of Kumon centres in the areas
•   To work with Kumon Instructor for the development of student learning and centre management
•   To analyze and execute the development plan of each Kumon centre and the areas
•   To support the advertising and public relations in the areas

คุณสมบัติ
•   สัญชาติไทย
•   ชายหรือหญิง อายุไม่เกิน 35 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ไม่จำกัดสาขาวิชา
•   มีความสนใจในการพัฒนาบุคคลด้วยศึกษา
•   มีความสามารถในการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
•   มีทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์ (Microsoft Word, Excel, and PowerPoint) ได้เป็นอย่างดี
•   Thai nationality
•   Male or Female, not over 35 years, Bachelor or higher degree in any fields
•   Interested in the people development through education
•   Good communication skills and interpersonal skills
•   Computer literate (Microsoft Word, Excel, and PowerPoint)

สมัครได้ที่ : Human Resources Division, Kumon (Thailand) Co., Ltd.
ที่อยู่ : CW Tower A, 15th-16th Floor, 90 Ratchadapisek Rd., Huaykwang, Huaykwang, Bangkok 10310
โทรศัพท์ : 0-2626-6555 # 1390,1391

72
งานภาคเอกชน/บริษัท / ผู้จัดการฝ่ายขาย
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 29, 2019, 09:27:47 AM »
บริษัท สกิลพาวเวอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด
เปิดรับสมัคร : ผู้จัดการฝ่ายขาย  ทุกพื้นที่
หน้าที่และความรับผิดชอบ
กำกับดูแลการการขายกิจกรรมการขายและการตลาด เพื่อให้ทีมงานขายและเพือนคู่ค้าสามารถสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้ตามที กำหนด รวมถึงติดตามดูแลการเบิกจ่าย การเงินและบัญชีให้มีความถูกต้องตามนโยบายของบริษั
ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน และเพือนคู่ค้าเป็นรายสัปดาห์พร้อมทั้งสอนงานให้คำแนะนำปรึกษา และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับพนักงานและเพือนคู่ค้าในจังหวัดทีรับผิดชอบ
ติดต่อลูกค้ารายสำคัญในพื้นที เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทีดี
บริหารและจัดสรรเป้าหมายการขายสินค้าและบริการตามช่องทางการขายต่างๆ ภายในจังหวัดและพืนทีทีรับผิดชอบ เพือให้การบริหารช่องทางการขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงการชี้แจงและอธิบายเป้าหมายการขายและแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้ทีมงานเข้าใจอย่างถูกต้องเพือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามเป้าหมายที วางไว้
จัดทำแผนการขายและแผนการตลาดในพื้นทีเพือสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าให้ได้ตามทีกำหนดและนำเสนอขออนุมัติแผนการดำเนินงานและงบประมาณทีเกียวข้อง
สรุปรายงานผลการปฏิบัติงานของพนักงาน และเพือนคู่ค้าเป็นรายเดือน เพือวิเคราะห์ปัญหาจุดอ่อน
จุดแข็งของพนักงาน เพือนคู่ค้า และคู่แข่งขัน เพือหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและปรับกลยุทธ์การดำเนินงานภายในจังหวัดที รับผิดชอบในเดือนถัดไป เพือนำเสนอแผนมายัง RGM เพือพิจารณาเห็นชอบและอนุมัติดำเนินการตามแผนงานต่อไป
คุณสมบัติ
ปริญญาตรี/โท สาขาบริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นที เกี่ยวข้อง
อายุไม่เกิน 35 ปี
ประสบการณ์ด้านการขาย บริหารช่องทางการขาย2 ปีใน ธุรกิจ FMCG,Electronic ธุรกิจเครื่องดื่ม หรือ ที เกียวข้อง
ทักษะด้านการวิเคราะห์และวางแผนการขายการตลาด
ทักษะด้านภาวะผู้นำ
ทักษะด้านการสือสาร และความสามารถในการเจรจาต่อรอง
ทักษะด้านการสร้างแรงจูงใจ และให้คำแนะนำปรึกษากับทีมงาน
มีความรู้ด้านอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื อสารและ/หรือคอมพิวเตอร์
ทักษะด้านการแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ และ ทักษะด้านการบริหารความขัดแย้ง
สามารถใช้โปรแกรม MS Office(Word, Excel, PowerPoint)ได้เป็นอย่างดี
สามารถขับรถยนต์ได้และมีใบอนุญาตขับขี รถยนต์


สวัสดิการ
1.ประกันสังคม
2.ค่าใช้จ่ายการเดินทาง
3.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
5.Insentive
7.ทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน หยุด 2 วัน
8.โบนัส
9.งานเลี้ยงปีใหม่/ท่องเที่ยวประจำปี


สมัครได้ที่ : Suradech (Jack)
ที่อยู่ : Unit 3, 9th Floor, BUI Building, 177/1 Soi Anumanrachathon 1, Surawongse Road, Suriyawongse, Bangrak, Bangkok 10500
โทรศัพท์ : 097-134-3528
73
ข่าวเศรษฐกิจ / เศรษฐกิจไทยในปี 2562
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 28, 2019, 04:08:03 PM »
 ในปี 2562 นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจและภาคเอกชน โดยเฉพาะนักลงทุนที่อาจตัดสินใจเลื่อนการลงทุนออกไป อย่างไรก็ดี ในด้านการส่งออกสินค้า ประเทศไทยอาจได้รับผลดีบ้างจากการย้ายฐานการผลิตหรือการโยกคำสั่งซื้อในบางประเภทสินค้าจากจีนมาไทย แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการชะลอตัวของปริมาณการค้าโลกโดยรวม ดังนั้น ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ยังคงพึ่งพาภาคต่างประเทศสูง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เศรษฐกิจไทยในปี 2562 นี้จะมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามไปด้วย

การท่องเที่ยว : นักท่องเที่ยวจีนทยอยฟื้นตัว แต่ปัจจัยด้านอุปทานยังคงเป็นข้อจำกัด
          จากเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ตเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนอย่างรุนแรง และส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยที่ขยายตัวดีต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้าต้องสะดุดลง รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้เร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงใช้มาตรการกระตุ้นต่าง ๆ อาทิ การยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวในหลายประเทศ และการขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจในการจัดมาตรการส่งเสริมการขายในศูนย์การค้าต่าง ๆ ในช่วงปลายปี 2561 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเริ่มปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น และน่าจะมีแรงส่งต่อเนื่องมาในปี 2562 อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ผนวกกับเงินหยวนที่อ่อนค่าอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่ขยายตัวสูงเหมือนในอดีต ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ น่าจะยังขยายตัวดีต่อเนื่อง แต่ปัญหาด้านอุปทานในภาคการท่องเที่ยวของไทยโดยเฉพาะสนามบินต่าง ๆ ที่ปัจจุบันใช้งานเกินศักยภาพก็ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญสำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย

การบริโภคภาคเอกชน : ในภาพรวมได้ไปต่อ แต่ยังมีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มรายได้
          การบริโภคภาคเอกชนหรือการใช้จ่ายของประชาชนนับเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์หลักที่มีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจพอ ๆ กับการส่งออกสินค้า โดยนับตั้งแต่ปี 2555 หลังมีโครงการรถยนต์คันแรก การบริโภคภาคเอกชนของไทยถือว่าอยู่ในภาวะประคองตัว แต่ในปี 2561 ที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชนสามารถกลับมาขยายตัวในอัตราที่เกินความคาดหมาย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาระผูกพันในโครงการรถยนต์คันแรกที่ทยอยหมดลง ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในปี 2561 ขยายตัวสูง นอกจากนี้ กำลังซื้อนอกภาคเกษตรกรรมยังฟื้นตัวต่อเนื่องตามการจ้างงานที่ปรับดีขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น อีกทั้งรายได้ของกลุ่มผู้มีรายได้สูงยังอยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรถือว่าไม่ดีนักเนื่องจากประสบปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำตามผลผลิตที่ออกมามากทั่วโลก อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และกุ้ง จึงถือได้ว่าการใช้จ่ายของประชาชนในภาพรวมขยายตัวดี แต่ยังมีความแตกต่างระหว่างกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกับรายได้สูง หรืออาจเทียบได้เสมือนกับไทยมีเศรษฐกิจสองความเร็ว ดังนั้น ภาครัฐจึงเข้ามามีบทบาทผ่านการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เลือกช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มมากขึ้น รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหา ซึ่งมาตรการภาครัฐนี้คาดว่าจะมีแรงส่งต่อเนื่องไปถึงปี 2562 จึงคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนในปี 2562 จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

การใช้จ่ายภาครัฐ : เลือกตั้งไม่สะดุด เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน
คงต้องยอมรับว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของไทยที่ยืดเยื้อมาหลายปีเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนความน่าสนใจด้านการลงทุนของประเทศไทยในอดีต และในปี 2562 นี้ ไทยจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งหากเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่อยู่ในแผนงานของรัฐบาลเดิมมีความต่อเนื่อง คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี โดยปี 2562 จะเป็นปีสำคัญที่จะมีความชัดเจนในเรื่องโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะมีผลดีต่อเศรษฐกิจจริง ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ห้าสาย และโครงสร้างพื้นฐานของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ส่วนปัญหาความไม่เข้าใจใน พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภาครัฐมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ไม่เต็มที่ก็คาดว่าจะทยอยคลี่คลายลงเป็นลำดับ

การลงทุนภาคเอกชน : จุดติดและไปต่อ
          เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแนวโน้มการลงทุนในระยะต่อไป ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการลงทุนที่หายไป แต่การฟื้นตัวของภาคการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (Mega-project) ที่ภาคเอกชนต่างเฝ้ารอดูเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นได้ช่วยจุดเครื่องยนต์การลงทุนภาคเอกชนให้ติดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ สงครามการค้าที่อาจยืดเยื้อครั้งนี้ยังอาจส่งผลบวกให้เกิดกระแสการย้ายฐานการลงทุนของบริษัทข้ามชาติระลอกใหม่ ซึ่งการที่ไทยมีความชัดเจนในโครงการ EEC และการมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมน่าจะมีส่วนช่วยให้ไทยสามารถช่วงชิงความได้เปรียบในการเป็นฐานการผลิตของบางอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับประเทศตัวเลือกอื่น ๆ ในภูมิภาค การลงทุนภาคเอกชนจึงเป็นความหวังของไทยในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะการลงทุนที่ช่วยสร้าง Productivities และความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวในระดับศักยภาพได้อย่างยั่งยืน

อัตราเงินเฟ้อ : มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ
          มองไปข้างหน้าคาดว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ แม้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะมีทิศทางเพิ่มขึ้นบ้างจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่เป็นการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น การแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับเพิ่มราคาได้มากนัก สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปถูกกดดันเพิ่มเติมจากแนวโน้มราคาน้ำมันที่มีทิศทางปรับลดลงสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และแนวโน้มอุปทานน้ำมันดิบที่มีมากขึ้นในระยะต่อไป

นโยบายการเงิน : ในระยะข้างหน้ามีความท้าทายมากขึ้น
          ในปี 2561 ที่ผ่านพ้นไป อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยนับว่ากลับมาอยู่ใกล้ระดับศักยภาพแล้ว การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจึงมีความจำเป็นลดลง ดังนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงินจึงตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 สำหรับปี 2562 นี้ คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในทิศทางชะลอลงจากปัจจัยด้านอุปสงค์ต่างประเทศ แต่ยังอยู่ในระดับศักยภาพ ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าอยู่จะภายในกรอบเป้าหมาย และภายใต้โลกของ VUCA[2] นี้ เศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะยังคงเผชิญกับความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ รวมถึงเสถียรภาพของระบบการเงินที่แม้โดยรวมจะยังอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ยังคงมีบางจุดที่เปราะบาง เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ และพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่มาพร้อมกับการประเมินความเสี่ยงที่ต่ำกว่าควร (Underpricing of Risks) ที่สืบเนื่องมาจากภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน การดำเนินนโยบายการเงินจึงต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบด้าน โดยการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าจะมีการประเมินสถานการณ์ตามพัฒนาการของข้อมูล (Data-dependent) มากขึ้น จึงกล่าวได้ว่าปี 2562 จะเป็น “ปีหมูที่ไม่หมู” สำหรับเศรษฐกิจการเงินไทยรวมไปถึงผู้ดำเนินนโยบายต่าง ๆ เช่นกัน
74
ตลาดแรงงานในจังหวัดสกลนคร / สถานการณ์แรงงานไทยยุค 4.0
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 28, 2019, 04:05:41 PM »
ตลาดแรงงานไทยมีการปรับตัวด้วยปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คาดแนวโน้มปี 61 ผู้ประกอบการหันมาพึ่งเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ด้านแรงงานต้องเร่งเสริมทักษะทำงานได้หลากหลาย ชี้คนรุ่นมิลเลนเนียลจะเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจในอีก 5 ปี

ปี 60 การว่างงานสูง
ผลสำรวจตลาดแรงงาน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทย โดยแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ระบุถึงสถานการณ์ในปี 2560 ที่ผ่านมาว่า สายงานที่ตลาดแรงงานต้องการสูงสุด
อันดับ 1. งานขายและการตลาด ยังคงต้องการแรงงานจำนวนมาก จากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวดีนัก
อันดับ 2. งานบัญชีและการเงิน ซึ่งยังคงมีความต้องการในธุรกิจทุกระดับ
อันดับ 3. งานไอที สอดรับกับการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไอที หรือนักพัฒนา ที่มีความต้องการสูง
อันดับ 4. งานวิศวกร จากการลงทุนก่อสร้างสาธารณูปโภคของภาครัฐ
อันดับ 5. งานบริการลูกค้า ผลจากการปรับเปลี่ยนทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น

สายงานที่มีผู้ต้องการทำงานสูงสุด
อันดับ 1. งานขายและการตลาด
อันดับ 2. งานวิศวกร
อันดับ 3. งานธุรการ
อันดับ 4. งานขนส่งและโลจิสติกส์
อันดับ 5. งานบริการลูกค้า

ธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานสูงสุด
อันดับ 1 กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ บริการเฉพาะกิจ และการท่องเที่ยวและสันทนาการ
อันดับ 2. สินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มวัสดุอุตสาหกรรมเครื่องจักร และยานยนต์
อันดับ 3 เทคโนโลยี กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
อันดับ 4. เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
อันดับ 5. สินค้าอุปโภคและบริโภค กลุ่มของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน, ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ และแฟชั่น

ทิศทางตลาดงานไทยปี 61
คุณไซมอน แมททิวส์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยฯ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดแรงงานในไทยว่า จะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการลงทุนและพัฒนาเพื่ออนาคต อาทิ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งจะเกิดการขยายการจ้างงาน มีแรงงานใหม่ อีกทั้งการลงทุนพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใน 3-5 ปีจะมีการเปลี่ยนแปลงและเติบโต รวมถึงการลงทุนจากประเทศจีนที่เข้ามามากขึ้น การขยายตัวของแรงงานในอาเซียน และ CLMV และการวางแผนด้านเศรษฐกิจและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการวางรากฐานที่ดีทำให้ประเทศเกิดการพัฒนา และส่งผลต่อตลาดแรงงานในประเทศ

ขณะเดียวกัน คุณสุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เผยถึงแนวโน้มตลาดแรงงานปี 2561 ว่า มีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการทำงาน ลักษณะการจ้างงาน และตลาดงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านของดิจิทัล (Digital Transformation) รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ จึงนับว่าเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องรับมือให้ทันกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

10 แนวโน้มตลาดแรงงานไทยที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 ได้แก่
1. กระบวนการคัดสรร พนักงานจะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของฮาร์ดสกิล ซอร์ฟสกิล และประสบการณ์ รวมถึงอุปนิสัยในการทำงาน
2. องค์กรต่างๆ จ้างงานในลักษณะ Outsource มากขึ้น
3. EEC สร้างโอกาสทางด้านอาชีพขนาดใหญ่ ซึ่งหากเป็นไปตามความคาดหมายของภาครัฐ จะมีอัตราการสร้างงานใหม่ประมาณ 1 แสนคน/ปี
4. ใช้เทคโนโลยีมาทดแทนคนมากขึ้น แต่ไม่เบ็ดเสร็จ โดยยังต้องการแรงงานคนไปควบคุมเครื่องจักร แต่จะมีการลดจำนวนลง ซึ่งทักษะที่ต้องการในภาคการผลิตในไทยแลนด์ 4.0 เป็นผู้ที่เรียนตรงตามสายงาน มีประสบการณ์ ตรง และมีความชำนาญ
5. ธุรกิจ E-Commerce ทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก ในกลุ่มสายงานไอที (โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนา), การขนส่งและโลจิสติกส์ (พนักงานเดลิเวอรี่ จัดส่งสินค้า) และบริการลูกค้า (คอลเซ็นเตอร์ ทั้งแบบวอยซ์และแชท)
6. แรงงานระยะสั้น (Gig Worker) กระจายเกือบทุกธุรกิจ
7. การบริการจัดการบุคลากรเน้นบริหารประสิทธิภาพแรงงานมากขึ้น โดยเฉพาะในเชิงกลยุทธ์ให้พนักงานทำงานได้หลากหลาย และมีความรู้เชิงลึก
8. แรงงานวัยเกษียณจะขยายอายุการทำงานมากขึ้น ทั้งการต่ออายุการทำงานในองค์กรเดิม การทำงานในระยะสั้นเป็นที่ปรึกษาในองค์กร รวมถึงทำธุรกิจ E-Commerce
9. แรงงานหมุนเวียนระหว่างประเทศในกลุ่ม AEC เปิดกว้างขึ้น
10. ดิจิทัลแพลตฟอร์มจะขยายตัวและเชื่อมโยงทุกการสื่อสาร
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะมีจำนวน 2-3 แสนคน โดยเข้าสู่ตลาดแรงงานร้อยละ 50 ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมามีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เนื่องมาจากเกิดเทรนด์การทำงานระยะสั้น (Gig Worker) ของคนรุ่นใหม่ และจากการสำรวจยังพบว่ามีแรงงานระยะสั้นกว่า 20 ล้านคน ซึ่งในอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะมีอาชีพเกิดใหม่ในยุค Tranformation และส่งผลให้แรงงานระยะสั้นเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า

ขณะที่คุณวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวถึงเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้นว่า ผู้ประกอบการคงต้องปรับตัว ซึ่งอาจจะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาในกระบวนการทำงานมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน ส่วนแรงงานในบางสายงานอาจลดลง แต่จะปรับเปลี่ยนสายงานไปบ้าง ซึ่งกลุ่มแรงงานจะต้องปรับตัวให้สามารถทำงานหลากหลายมากขึ้น และพัฒนาทักษะตลอดเวลา รวมถึงมีทัศนคติที่ต้องยอมรับในการเปิดตลาดงานในอาชีพอื่นๆ อีกด้วย
แรงงานไทยต้องเร่งประสิทธิภาพ
จากรายงานเรื่องตลาดแรงงานปีหน้าจะเป็นเช่นไร โดย ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยภาวะการมีงานทำของประชากรไทย เดือนตุลาคม 2560 พบว่ามีผู้ที่อยู่ในวัยแรงงาน 56.05 ล้านคน แต่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากแรงงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากมีผู้อยู่ในตลาดงานจำนวน 37.22 ล้านคน ซึ่งตัวเลขผู้มีงานทำอยู่ที่ 36.65 ล้านคน แต่มีผลในการสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจไม่เท่ากัน เนื่องจากมีคุณภาพการศึกษาแตกต่างกัน อีกทั้งยังพบว่ามีผู้ว่างงานสูงถึง 4.8 แสนคนอีกด้วย

เมื่อแบ่งผู้มีงานทำออกเป็น 2 ส่วน ยังพบว่าแรงงานในระบบที่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย มีเพียงประมาณ 15.34 ล้านคน หรือร้อยละ 41.2 นับเฉพาะกลุ่มลูกจ้างเอกชนมีอยู่ 14.4 ล้านคน แต่มีแรงงานคุณภาพระดับ Semi-Skilled ขึ้นไปเพียงร้อยละ 41.8 ซึ่งเป็นผู้ที่ประเทศพึ่งพาการสร้างรายได้ในรูปมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่อยู่นอกระบบจำนวน 21.31 ล้านคน ร้อยละ 58.2 ซึ่งอยู่ในภาคเกษตร 11.04 ล้านคน ส่วนมากทำเกษตรเชิงเดี่ยวซึ่งมีผลิตภาพต่ำ ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ ส่วนอีก 10.27 ล้านคน ประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งมีจำนวนน้อยที่หารายได้ที่มั่นคง จึงเป็นข้อจำกัดที่จะมีส่วนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจในระดับสูง

แม้รัฐบาลได้พยายามนำประเทศก้าวข้ามกับดักประเทศกำลังพัฒนารายได้ปานกลาง โดยกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 20 ปี พร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่นวัตกรรม 4.0 แต่ยังต้องเผชิญปัญหาหลายประการ อย่างเช่น การขาดแคลนนักพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความสามารถระดับโลก มีนวัตกรรมในรูปสิทธิบัตรค่อนข้างน้อย และมีผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ค่อนข้างจำกัด รวมถึงผู้จบสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นับล้านคนทำงานไม่ตรงกับสาขาที่ศึกษา อีกทั้งมีกำลังแรงงานเพียงร้อยละ 41 ของกำลังแรงงานที่อยู่ในข่ายสนับสนุนทั้งหมด 8.12 ล้านคนในภาคอุตสาหกรรม และมีแรงงานสาขาเทคนิคหรือกลุ่ม Productive Work Force ไม่ถึง 2 ล้านคน ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับแรงงานทั้งหมด

ที่มา : BLT Bangkok
75
ติดต่อเรา/Contract Us / ติดต่อเรา
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 28, 2019, 03:57:55 PM »
ติดต่อสอบถาม  รายละเอียดงาน  ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์  หรือซื้อหน่วยโฆษณาที่นี่
 www.sakonjob.com
 e-mail : command_n@hotmail.com
 FB : www.facebook.com/SakonjobNews/
 Tel : ศูนย์แปดเจ็ดเก้าห้าห้าหนึ่งสี่ศูนย์เก้า
76
งานพาร์ทไทม์ / เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 28, 2019, 03:54:49 PM »
Music Agro (มิวสิค อะโกร)  รับสมัคร : เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย

จำนวน   5 อัตรา
ระดับเงินเดือน   15000
ลักษณะการทำงาน   เข้าพบลูกค้าของบริษัทฯ เพื่อขายสินค้าและดูแล ประสานงาน ระหว่างลูกค้ากับบริษัทฯ
ทำงานในพื้นที่เขตภาคเหนือและ/หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้เวลาในพื้นที่ ประมาณ 20-25 วัน ต่อเดือน ( หยุดวันอาทิตย์ )


หมวดงาน   เจ้าหน้าที่ขาย-การตลาด / พนักงานขาย-การตลาด
ส่งเสริม/สนับสนุน/ประสานงานการขาย-การตลาด
คุณสมบัติผู้สมัคร    1. วุฒิการศึกษา ปวส.หรือป.ตรี ขึ้นไป
 2. ขับรถยนต์ได้ดี มีใบขับขี่รถยนต์
 3. ปฎิบัติการทำงานในพื้นที่ต่างจังหวัดได้
 4. มีมนุษยสัมพันธ์ดี
 5. หากมีประสบการณ์ด้านการขายจะพิจารณาเป็นพิเศษ
 6. อายุ 25-35 ปี
 7. เพศชาย
 8. มีรถยนต์ของตนเอง
จังหวัดที่ปฏิบัติงาน   ทุกจังหวัด
สวัสดิการ / ข้อมูลเพิ่มเติม    ประกันสังคม
คอมมิชชั่นจากยอดขาย
ค่าโทรศัพท์
ค่าเช่ารถ ( มีรถส่วนตัว )
ค่าใช้จ่ายในการทำงาน
ประกันอุบัติเหตุ

วิธีรับสมัครเพิ่มเติม   โทรสอบถาม นัดสัมภาษณ์ [094-4028881]
สมัครด้วยตนเอง ติดต่อที่บริษัทโดยตรง
ส่งจดหมาย เอกสารการสมัครงาน

+ หรือติดต่อที่เบอร์ 081-8079652

ติดต่อ - สอบถาม   Music Agro (มิวสิค อะโกร)
  90/618 หมู่ 5 ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
77
งานภาคเอกชน/บริษัท / เจ้าหน้าที่บัญชีต้นทุน
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 28, 2019, 03:50:03 PM »
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด  ประจำโรงงานเต่างอย  จังหวัดสกลนคร
เปิดรับสมัคร : เจ้าหน้าที่บัญชีต้นทุน
หน้าที่และความรับผิดชอบ
- ตรวจสอบการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายและการ บันทึกค่าใช้จ่ายต้นทุนการผลิต ในระบบ SAP
- จัดทำรายงานต้นทุนผลิต เปรียบเทียบ รายเดือน
- ตรวจนับสต๊อกสินค้า งานระหว่างทำ และวัตถุดิบ พร้อมทั้งจัดทำรายงานตรวจ การหมุนเวียนสินค้า
- ตรวจสอบบันทึกข้อมูลต้นทุนขายและยอดขายของสินค้าแต่ละชนิด
- วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของต้นทุนผลิต/ต้นทุนขายและยอดขาย ของสินค้าที่ผลิต
- จัดทำข้อมูลโสหุ้ยการผลิต และข้อ เปรียบเทียบรายปี เพื่อนำมาวิเคราะห์ความแตกต่าง
- จัดทำรายงานต้นทุนผลิตและต้นทุนขายนำเสนอผู้บริหารในที่ประชุมประจำเดือน
- จัดทำรายงาน รง.8 นำส่งกระทรวงอุตสาหกรรมประจำเดือน
- ตรวจสอบการปิดใบสั่งผลิต ประจำเดือน
- ปิดบัญชีต้นทุนตามเวลาที่กำหนด
- ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

คุณสมบัติ
- ไม่จำกัดเพศ
- จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิชาบัญชี
- ประสบการณ์ขั้นต่ำ 1 ปีขึ้นไป ในงานด้านบัญชีต้นทุน
- สามารถใช้ Microsoft Word, Microsoft Excel, Microsoft PowerPoint ได้
- หากสามารถใช้งาน SAP ได้จะพิจารณาเป็นพิเศษ

สมัครได้ที่ :
นายแก่นเพชร นุชสวัสดิ์ (อาร์ต)
ที่อยู่ : 117/1 ถนน พญาไท แขวง ถนนเพชรบุรี เขต ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ : 02-6566992 ต่อ 315
โทรสาร : 0-2656-6991
โฮมเพจ : http://www.doikham.cโอ.th
78
งานภาคเอกชน/บริษัท / เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ (CSR)
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 28, 2019, 03:47:53 PM »
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
เปิดรับสมัคร : เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ (CSR)  และ ผู้ช่วยผู้จัดการสาขา( ABM)
หน้าที่และความรับผิดชอบ:
• นำเสนอให้คำแนะนำและปิดการขาย ในผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ตามเป้าหมายทางธุรกิจบนพื้นฐานความต้องการของลูกค้าและภายใต้กฎระเบียบของธนาคาร
• สร้างความสัมพันธ์และให้คำปรึกษากับลูกค้าทั้งรายปัจจุบันและรายใหม่เพื่อรักษาเพิ่มโอกาส และขยายฐานลูกค้าในการสร้าง รายได้ให้กับสาขา
• ให้บริการเปิดปิดบัญชีและคำขออื่นๆของลูกค้า
คุณสมบัติ
1.สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ทุกสาขา
2. มีประสบการณ์ตรงในงานด้านการขายสินเชื่อประกันชีวิต บัตรเครดิต กองทุนประกันวินาศภัย สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคลสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อม อย่างน้อย6 เดือนขึ้นไป จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
3. มีบัตรนายหน้าประกันชีวิต หรือ บัตรนายหน้าวินาศภัย หรือใบอนุญาตติดต่อผู้ลงทุน จะพิจารณาเป็นพิเศษ

เอกสารสมัครงาน   
• สำเนาบัตรประชาชน 1ใบ
• สำเนาทะเบียนบ้าน 1ใบ
• สำเนาtranscript ปริญญาตรี 1ใบ
• สำเนาสด.8 หรือสด.43 (ถ้ามี )1ใบ
• สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล(ถ้ามี) 1ใบ
• รูปถ่ายขนาด 1ใบ

รับสมัครสำหรับท่านที่ต้องการทำงานในพื้นที่:
ร้อยเอ็ด,กาฬสินธุ์,สกลนคร,มหาสารคาม,นครพนม

Talent Acquisition department
Bank of Ayudhya Public Company Limited
1222 Rama III Rd., Bangpongpang, Yannawa,Bangkok 10120
Krungsri Recruitment Center 02-296-2000 ต่อ 51445
E-Mail : Chutima.Dangkam@krungsri.คอม
79
งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ / กรมบรรเทาสาธารณภัยเปิดรับสมัคร
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 28, 2019, 03:45:49 PM »
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 137 อัตรา
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จำนวน 137 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 4 - 24 มิถุนายน 2562

ประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
1. ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ
จำนวน 20 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับปริญญาโท หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันทุกสาขาวิชา
- เป็นผู้สอบผ่านความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาโท

2. ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ
จำนวน 8 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ทางเทคโนโลยีไฟฟ้า ทางเทคโนโลยีเครื่องกล สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เถสัชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
- เป็นผู้สอบผ่านความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

3. ตำแหน่ง นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
จำนวน 9 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาการบัญชี บริหารธุรกิจ ทางบัญชี เศรษฐศาสตร์
- เป็นผู้สอบผ่านความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

4. ตำแหน่ง นักวิชาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ
จำนวน 7 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาการบัญชี บริหารธุรกิจ ทางบัญชี เศรษฐศาสตร์
- เป็นผู้สอบผ่านความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
Advertisements

 
5. ตำแหน่ง นิติกรปฏิบัติการ
จำนวน 3 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชานิติศาสตร์
- เป็นผู้สอบผ่านความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

6. ตำแหน่ง วิศวกรรมโยธาปฏิบัติการ
จำนวน 1 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมสุขาภิบาล วิศวกรรมชลประทาน วิศวกรรมโครงสร้าง และต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามที่กฏหมายกำหนด
- เป็นผู้สอบผ่านความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

7. ตำแหน่ง วิศวกรรมเครื่องกลปฏิบัติการ
จำนวน 2 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรมเครื่องกล และต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามที่กฏหมายกำหนด
- เป็นผู้สอบผ่านความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

8. ตำแหน่ง นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
จำนวน 44 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาโยธา สาขาวิชาช่างสำรวจ สาขาวิชาการก่อสร้าง
- เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป

9. ตำแหน่ง นายช่างเครื่องกลปฏิบัติงาน
จำนวน 43 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ได้รับประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาเครื่องกล สาขาวิชาเทคนิคการผลิต สาขาวิชาเทคนิคโลหะ สาขาวิชาเขียนแบบเครื่องกล สาขาวิชาช่างกลการเกษตร
- เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป

การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 4 - 24 มิถุนายน 2562 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ เว็บไซต์ http://www.disaster.go.th/th/
80
งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ / เปิดรับสมัครสอบเข้ารับราชการ
« กระทู้ล่าสุด โดย wanida เมื่อ พฤษภาคม 28, 2019, 03:42:36 PM »
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดรับสมัครสอบเข้ารับราชการ จำนวน 20 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 5 - 25 มิถุนายน 2562

ประกาศสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ
1. ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ(ปริญญาโท)
อัตราเงินเดือน 17,500-19,250 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 5 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับปริญญาโท หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชาบริหารรัฐกิจหรือรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางสถิติ ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางผังเมือง ทางการวางผังเมือง ทางโลจิสติกส์ และ   เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับปริญญาโท ของ สำนักงาน ก.พ.
Advertisements

 
2. ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ(ปริญญาตรี)
อัตราเงินเดือน 15,000-16,500 บาท
จำนวนตำแหน่งว่าง 15 อัตรา
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชาบริหารรัฐกิจหรือรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางสถิติ ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางผังเมือง ทางการวางผังเมือง ทางโลจิสติกส์ และ   เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของ สำนักงาน ก.พ.

การรับสมัครสอบ
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 5 - 25 มิถุนายน 2562 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ https://nesdb.thaijobjob.com/
หน้า: 1 ... 6 7 [8]